วันอังคาร, 21 พฤษภาคม 2567

คู่มือการเลี้ยงลูกนกตกจากรังให้รอดปลอดภัยจากประสบการณ์จริง

20 มิ.ย. 2020
109556

  Guide to raising baby birds (หนูชื่อแจ๋วแหว๋ว)

เหตุเกิดจากวันหนึ่งมีพี่ที่ทำงานโทรมาบอกว่า “ติ๊กพี่เจอลูกนกล่วงจากรังตัวนึงหน้าเซเว่น ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันตายแน่เลย” พอผมได้ยินผมไม่ได้คิดอะไรในหัวเลยครับนอกจากตอบกลับไปในทันทีว่าเอามันมาเลยครับเดี๋ยวผมเลี้ยงมันเอง

วันแรกที่เจอกัน

 

วันแรกที่ได้รับมาคือดึกมากแล้วครับ คิดได้อย่างเดียวว่าเราต้องสร้างความอบอุ่นให้นกก่อนส่วนพรุ่งนี้เรื่องจะเลี้ยงยังไงค่อยว่ากันผมเลยหาผ้ามาทำเป็นรังแล้วใช้ทิชชูรองเพื่อห่อให้นกอบอุ่นพร้อมใช้โครมไฟอ่านหนังสือเพื่อกกให้ความอบอุ่น (นี่คือประสบการณ์ครั้งแรกทีได้เลี้ยงลูกนกกระจอก)

วันที่สองภารกิจตามหาอาหาร

บังเอิญมีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้วผมเคยเลี้ยงนกลูกป้อนซันคอนัวอยู่ตัวหนึ่งผมเลยคิดว่านกขนาดเล็กแบบนี้น่าจะกินอาหารอะไรประมาณเหลว ๆ คล้าย ๆ อาหารลูกป้อนได้ซิหน่ะ แต่ครั้นจะหาซื้ออาหารแบบนั้นก็หายาก เอาวะผมเลยไปหาซื้ออาหารนกขุนทองแบบเม็ดกะว่าจะเอามาแช่น้ำให้นิ่ม ๆ แล้วลองป้อนดู (ห้ามเอากล้วยสุกหรือเม็ดข้าวสุกมาป้อนเด็ดขาดนะครับเพราะเขา ยังไม่สามารถย่อยสิ่งเหล่านี้ได้ดีนักไม่งั้นท้องอืดตายแน่นวลครับ  เอเมน!!!)

เอาอาหารเม็ดสำหรับนกขุนทองมาแช่น้ำให้นิ่ม ส่วนแช่นานแค่ไหนหน่ะเหรอครับ ให้สังเกตุได้จากเม็ดอาหารที่พองฟู  นั่นแหละครับแสดงว่ามันพร้อมสำหรับป้อนแล้ว ช่วงแรก ๆ แนะนำให้พยายามป้อนถี่ ๆ ป้อนทุกครั้งที่เค้าส่งเสียงร้องครับเพราะว่า ลูกนกเค้า ทางเดินอาหารเค้าสั้นเค้าจะกินแล้วถ่ายทันทีเลยหิวไวและย่อยไวมาก ๆ ครับ (แนะนำให้ป้อนทุก ๆ ชั่วโมงหรือทุก ๆ ที่มีเสียงร้องและอ้าปากรอกินครับ)

ลูกนกเขาจะโตไวมาก ๆ ครับโตไวแค่ไหนลองดูภาพข้างล่างนี้เทียบวันดูได้ครับโตไวจนผมตกใจ ฮ่าฮ่า เพราะว่าการเลี้ยงลูกนกกระจอกก็เป็นครั้งแรกของผมเช่นกันครับพึ่งจะรู้ว่าลูกนกโตไวมาก ๆ

 

 

ในความที่เค้าเริ่มโตขึ้นเค้าจะเริ่มร้องเพื่อต้องการอาหารถี่น้อยลงครับแต่เราก็ยังควรจะต้องลองเอานิ้วไปเขี่ย ๆ  ปากดูอยู่เรื่อย ๆ ครับเพราะถ้าเค้าหิวเค้าจะอ้าปากตอบสนองเพื่อให้เราป้อนครับ

 

ในช่วงแรก ๆ อาทิตย์ 2 อาทิตย์แรก ๆ แจ๋วแหว๋วจะชอบมุดอยู่ในผ้ามาก ๆ เค้าน่าจะคิดว่านี่คือรังของเค้ามั้งครับ แต่เรื่องที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือแจ๋วแห๋ววใช้ชีวิตอยู่ในกล่องผ้าเล็ก ๆ นี่ก็จริงครับแต่ตอนเค้าจะถ่ายเค้าจะหันก้นออกมาจากที่นอนของตัวเองเพื่ออึถ่ายตลอดเลยคือจะไม่ยอมถ่ายรดที่นอนของตัวเองเลย อันนี้ผมทึ่งในสัญชาตญาณของเค้ามากตรงที่ถึงเค้าเป็นนกแต่เค้าก็ไม่ถ่ายรดที่ ๆ ตัวเองนอนนะแปลกดี

 

 

จากที่เลี้ยงสัตว์มาในชีวิตผม ผมว่าอ้อนกว่าหมาก็แจ๋วแหว๋วเนี่ยะแหละครับ 555 ดูจากรูปสิครับชอบมาเล่นกับนิ้วคนชอบอยู่ในอุ้งมืออ้อนจนคิดว่าหมาหรือนกวะ !!!

 

 

พอเค้าโตได้ที่ในระยะ 2 อาทิตย์กว่า ๆ เค้าจะเริ่มไม่อยากอยู่ในรังผ้าแล้วครับเค้าจะเริ่มกระพรือปีกเพื่อจะออกกำลังกายหรือเริ่มกระโดดเพื่อเกาะและจะพยายามเพื่อพาตัวเองไปหาที่สูง ๆ เพื่อเกาะใช้ชีวิต พฤติกรรมตรงนี้ทำให้ผมรู้ถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในธรรมชาติของนกครับเพราะถ้าเค้าอยู่ในธรรมชาติจริง ๆ เค้าคงต้องพยายามหาที่ที่สูงพอ เพื่อเกาะให้พ้นภัยจากนักล่าต่าง ๆ พอเราได้มาคลุกคลีและสัมผัสกับพฤติกรรมของเค้าทำให้เราเข้าใจธรรมชาติเยอะขึ้นจริง ๆ อะนะ

 

 

 

 

 

ภาระกิจฝึกบิน

พอถึงช่วงที่เค้าพร้อมจะซ้อมบินซึ่งเราสามารถดูความพร้อมของเค้าโดยให้สังเกตุจากการที่เค้าพยายามที่จะกระพรือปีกกระโดดไปมา ธรรมชาติจะบอกเค้าเองว่าเค้าจะต้องพยายามกระพรือปีกเพื่อฝึกกล้ามเนื้อส่วนปีกให้แข็งแรงพอที่จะยกตัวเองขึ้นบินให้ได้ ในช่วงนี้ให้เราพยายามนำเค้ามาเกาะที่นิ้วและยกมือขึ้น – ลง แบบช้า ๆ เค้าจะพยายามกระพรือปีกเพื่อทำการทรงตัวครับในระยะนี้จะอยู่ที่ระยะประมาณสัปดาห์ที่ 3  ครับทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ทุก ๆ วันแล้วเค้าจะเริ่มบินได้ครับ

แต่ในช่วงแรก ๆ ที่เค้าเริ่มบินได้นั้นเค้าจะบินแบบไร้ทิศทางเลยเค้าจะยังไม่รู้จักการควบคุมการเลี้ยวการเบรคอะไรทั้งสิ้นครับ ควรปิดบ้านดีดี ๆ นะครับไม่งั้นหลุดออกไปนอกบ้านแล้วอาจโดนแมวงาบเอาได้ครับ  เค้าจะบินแบบมั่ว ๆ แบบนี้ประมาณ 2 – 3 วันครับจากนั้นจะเริ่มควบคุมการบินของตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

ระหว่างซ้อมบินในทุก ๆ วันจะมีแผนกแพทย์สนามคอยรับรองความปลอดภัยเผื่อ แจ๋วแหว๋ว ร่วงจะได้วิ่งไปรับเพื่อ งาบซะ!!! เอ้ย…เพื่อปฐมพยาบาลและทำการขึ้นบินใหม่ครับ 555 (ลองตกมาดิ๊ แดกแม่ม!!!)

สวัสดีครับผมชื่อ ชิ๊กเค้น ครับพร้อมทำการช่วยเหลือแจ๋วแหว๋วสำหรับทำการฝึกบินแล้วครับ  “Sir yes sir”

 

 

 

 

 

เริ่มโตเป็นหนุ่มก็จะดูเท่ส์ ๆ หน่อย

 

 

ในช่วงนี้เค้าจะไม่ยอมนอนในกล่องที่เคยนอนอีกต่อไปครับ “แจ๋วแหว๋ว” จะนอนในหมวกที่ผมแขวนไว้ในห้องครับเค้าจะใช้ชีวิตอยู่ในนั้น หิวก็จะบินมาหาเราให้เราป้อนอยู่ดี ผมเริ่มหนักใจว่าจะทำยังไงให้เค้าเริ่มจิกกินได้ด้วยตัวเองซักทีนะ  เพราะถ้าต้องปล่อยออกไปโลกภายนอกเค้าจะได้ดูแลตัวเองได้หาอาหารกินได้ด้วยตัวเอง

 

 

ทุกครั้งที่หิวก็จะบินมาเกาะหัวบ้างไรบ้างเพื่อให้เราป้อน ตรงนี้แนะนำให้เปลี่ยนจากการป้อนโดยการจิ้มอาหารเม็ดใส่ปากเป็นค่อย ๆ จิ้มอาหารเม็ดแล้วเอาไปแตะที่ปากเพื่อให้เค้าพยายามจิกแทนการอ้าปากรอรับการนำอาหารเข้าปากดูครับ เค้าจะค่อย ๆ พยายามจิกได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เองครับ (ตรงนี้ต้องมีความอดทนและให้เวลากับเค้านิดนึงนะครับ)

แต่การเลี้ยงนกจะต้องเข้าใจธรรมชาติของเค้าอยู่อย่างหนึ่งนะครับคือการอึของเค้าที่จะกินแล้วถ่าย กินแล้วถ่าย เพราะนกเป็นสัตว์ที่มีทางเดินอาหารค่อนข้างสั้นครับเลยทำให้เค้ากินแล้วจะขับถ่ายในทันทีอันนี้ต้องเข้าใจและทำใจนะครับ

 

 

ถึงเค้าจะเริ่มโตแล้วแต่เค้าก็จะยังคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่ตลอดครับ สังเกตได้จากบางครั้งถึงแม้เค้าจะเริ่มหัดจิกอาหารเองได้แต่เค้าก็จะอ้าปากอยากให้เราป้อนอยู่ครับ แต่ตรงนี้อยากให้ใจแข็งนะครับพยายามหลีกเลี่ยงการป้อนเค้าแบบถึงปาก แต่แนะนำให้เอาไปแตะปากห่าง ๆ และพยายามให้ต่ำลงเรื่อย ๆ จนถึงพื้นเพื่อให้เค้าได้พยายามเรียนรู้การจิกอาหารได้ด้วยตัวเองครับ

 

ภาระกิจเรียนรู้การกินน้ำ

พอสอนให้แจ๋วแหว๋วรู็จักการกินอาหารได้ด้วยตัวเองแล้ว ต่อไปอีกอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่จะออกไปสู่โลกกว้างนั้นก็คือสอนให้เค้ารู้จักกินน้ำด้วยตัวเองเพราะที่ผ่านมาเค้าจะได้น้ำจากอาหารเม็ดที่แช่น้ำเท่านั้นแจ๋วแหว๋วจึงยังไม่รู้จักการกินน้ำด้วยตัวเองครับ  วิธีคือให้เอ่ถาดหรือภาชนะอะไรก็ได้ที่ไม่สูงมากมาใส่น้ำเพื่อจำลองเหมือนสภาพแหล่งน้ำภายนอกที่แจ๋วแหว๋วจะไปเจอครับแล้ววางไว้ให้ใกล้อาหารของเค้าจากนั้นระหว่างที่เล่นกับเค้าให้เอานิ้วไปแตะ ๆ น้ำเพื่อให้น้ำกระเพื่อมให้เค้าสั่งเกตุเห็นความกระเพื่อมของน้ำครับ เีด่ยวเค้าจะค่อย ๆ สนใจและลองเข้ามาจิกเองครับ

 

 

ไอ้เราก็กะว่าจะสอนเค้าแค่กินน้ำแต่สิ่งที่ได้คือ นางชอบเล่นน้ำมากครับพอรู้จักน้ำเท่านั้นเล่นกระจายเลยจ้า…

พอเรียนรู้วิธีกินน้ำด้วยตัวเองแล้ว….สภาพก็จะเป็นอย่างที่เห็น 555+ (เรียนวิธีเล่นน้ำมากกว่า)

 

 

 

ส่วนที่ประจำของนางนั้นนนนน….

 

 

 

หลังจากที่สอนให้รู้จักน้ำวันนั้นทีนี้ละก้อ…..ลองดูจากคลิปล่างนี้ละกันครับ

 

หนุกหนานกันเลยทีเดียวยาวไปเลยจ้า

 

พอกินอิ่มแล้วก็จะอารมณ์ดีประมาณนี้…แจ๋มแหว๋วชอบเล่นกับนิ้วมากครับจะชอบมาจิกเล็บและชอบมาเอาปีกกระพรือตามซอกนิ้วมากคงคิดว่าเป็นปากนกด้วยกันละมั้ง

 

 

ภาระกิจออกสู่โลกกว้าง

ความตั้งใจแรกของผมตั้งแต่ที่รับตัวแจ๋วแหว๋วมาเลี้ยงดู  ผมคิดไว้ตั้งแต่แว๊บแรกที่เห็นแจ๋วแหว๋วแล้วครับว่าถ้าผมเลี้ยงเค้าแล้วรอดปลอดภัยไม่ตาย จนสามารถบินได้คล่องและถ้ามีความพร้อมที่จะปล่อยแล้วผมตั้งใจจะปล่อยเค้าให้ได้ไปอยู่บ้านหลังใหญ่ของเค้านั้นคือท้องฟ้านั่นเองครับ ระหว่างเลี้ยงผมก็แอบคิดมาตลอดว่ากลัวปล่อยเค้าแล้วเค้าจะอยู่อย่างไร หากินเอาาตัวรอดจากนักล่าได้อย่างไร มีบางช่วงที่ผมคิดว่าจะเลี้ยงเค้าไว้แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะด้วยความกลัวว่าถ้าปล่อยเค้าออกไปภายนอกแล้วเค้าจะไม่สามารถอยู่ได้ แต่สุดท้ายแล้วผมได้ชั่งใจแล้วว่าการที่เราไม่ปล่อยเค้าและเก็บเค้าเลี้ยงไว้ในห้องหรือขังกรง มันไม่ได้เกิดจากความที่เรารักและเข้าใจเขาจริง ๆ แต่เป็นเพียงแค่ความเห็นแก่ตัวที่ยังอยากเล่น อยากเห็นเค้าเท่านั้นเองครับผมจึงตัดสินใจปล่อยครับ

และวันที่ แจ๋วแหว๋วต้องกลับบ้านหลังใหญ่ของเค้าก็มาถึง

.

.

.

.

.

.

วันนั้นเป็นวันหลังฝนตกครับ เป็นเช้าที่สดใสอากาศดีผมเลือกวันนี้เพราะผมมองว่าอาการดีที่สุดแล้วและคิดว่าเราต้องปล่อยเค้าในตอนเช้าเผื่อเค้าจะได้มีเวลาเรียนรู้และปรับตัวได้ทั้งวันก่อนฟ้าจะมืดเค้าจะได้หาที่นอนกันแดดกันฝนกันศัตรูจากโลกใบใหญ่นี้ได้ครับ

วันปล่อยก็ยังแอบกังวลเหมือนกันว่าเค้าจะบินได้ไหมน้อ…ในสภาพแวดล้อมเปิดแบบภายนอกบ้าน  ตอนปล่อยเค้าตรงระเบียงเค้าก็ดูงง ๆ นะครับคงรู้สึกแปลกตาและยังไม่ชินเรื่องแสงเพราะ ตั้งแต่เกิดเขาใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านซึ่งเค้าชินกับแสงในบ้านจนคิดว่ามันคือท้องฟ้าละมั้งครับ

 

I Believe i can fly.

ในวินาทีที่ผมเห็นเค้าบินไปยังท้องฟ้าผมรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกครับใจมันรู้สึกอิ่มใจมากๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ก่อนบินนั้นผมได้แต่กังวลในสิ่งโน้น นี่ นั่น ว่าเค้าจะอยู่ไม่ได้ หากินเองไม่ได้จนได้เห็นท่าบินที่คล่องแคล่วหลังที่เค้าบินออกไปจากระเบียงแล้วท่าทีเค้าดูมีความสุข สนุกและตื่นเต้นกับการโบยบินไปยังท้องฟ้า ผมรู้สึกว่าผมคิดถูกแล้วที่ผมเลือกที่จะปล่อยให้เค้าไปอยู่บ้านของเค้าจริง ๆ และหวังว่าแจ๋วแหว๋วจะสนุกกับการผจญภัยในโลกกว้างที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
.
.
.
สุดท้ายนี้ถ้าใครได้อ่านตั้งแรกผมคิดว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับผู้เห็นลูกนกตกรังและที่คิดจะช่วยเหลือลูกนกตกรังเป็นอย่างมากแน่ ๆ ครับ ผมอยากให้หลาย ๆ คนที่เจอเคสแบบผมนั้นไม่ต้องกลัวการที่จะช่วยเหลือเลี้ยงดูลูกนกตกรังอีกต่อไปครับ

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments